Visa Service
วีซ่า Non-B สำหรับชาวต่างชาติ
วีซ่า Non-Immigrant B (Business Visa) คืออะไร?
Non-Immigrant B หรือ Non-B คือวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามา “ทำงานหรือดำเนินธุรกิจ” ในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย วีซ่าประเภทนี้เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการขอ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ซึ่งออกโดย กรมการจัดหางาน และการพำนักระยะยาวภายใต้การดูแลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
เหมาะสำหรับผู้ที่:
- ทำงานประจำกับบริษัทไทย
- เป็นกรรมการหรือผู้บริหารบริษัท
- เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น วิศวกร ครู โปรแกรมเมอร์
- เปิดบริษัทของตนเองในประเทศไทย ทำงานประจำกับบริษัทไทย
กรณีนี้บริษัทในไทยจะเป็น “ผู้สนับสนุนวีซ่า” และออกเอกสารรับรองการจ้างงานให้ เมื่อได้รับ Non-B แล้ว ต้องดำเนินการขอ Work Permit ก่อนเริ่มงาน
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
✅ วีซ่า Non-B ไม่ใช่วีซ่าถาวร โดยทั่วไปจะได้รับสิทธิพำนัก 90 วันก่อน จากนั้นจึงต่ออายุเป็น 1 ปี (เมื่อมี Work Permit แล้ว)
✅ ห้ามใช้วีซ่าท่องเที่ยวทำงาน แม้จะเป็นงานออนไลน์หรือทำจากบ้าน หากอยู่ในประเทศไทยและมีรายได้จากการทำงาน ต้องมีวีซ่าที่ถูกต้องตามกฎหมาย
✅ วีซ่า Non-B เป็นจุดเริ่มต้นของการพำนักระยะยาว
ผู้ถือ Non-B สามารถ
- ต่ออายุรายปีได้
- ขอวีซ่าผู้ติดตามให้ครอบครัว (Non-O)
- ใช้เป็นพื้นฐานในการขอถิ่นที่อยู่ถาวรในอนาคต (หากมีคุณสมบัติครบ)
Visa Service
เงื่อนไขสำคัญสำหรับการขอวีซ่า Non-B
1. ต้องมีนายจ้างหรือบริษัทในไทยรองรับ
หมายความว่า ผู้ขอวีซ่าต้องมีบริษัทในประเทศไทยออกเอกสารรับรองการจ้างงาน ไม่สามารถขอวีซ่า Non-B ได้โดยไม่มีบริษัทสนับสนุน
2. บริษัทต้องจดทะเบียนถูกต้อง
บริษัทต้อง:
- จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- มีเลขทะเบียนนิติบุคคล
- มีงบการเงินและการดำเนินธุรกิจจริง
- มีทุนจดทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนด (โดยทั่วไป 2 ล้านบาทต่อชาวต่างชาติ 1 คน)
3. ต้องขอใบอนุญาตทำงานก่อนเริ่มทำงาน
แม้จะมีวีซ่า Non-B แล้ว ก็ยัง ห้ามทำงาน จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางาน หากทำงานไม่ตรงกับที่ระบุ ถือว่าผิดกฎหมาย
ใบอนุญาตทำงานจะระบุ:
- ชื่อตำแหน่งงาน
- ชื่อบริษัท
- สถานที่ทำงาน
4. ต้องรายงานตัวทุก 90 วัน
ผู้ถือวีซ่า Non-B ต้องแจ้งที่อยู่ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก 90 วัน
สามารถ:
- ไปยื่นด้วยตนเอง
- มอบอำนาจ
- ยื่นออนไลน์ (ในบางกรณี)
Visa Service
เอกสารที่ใช้สำหรับการขอวีซ่า Non-B
เอกสารผู้สมัคร
หนังสือเดินทาง (Passport) : ต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน และต้องมีหน้าว่างสำหรับติดวีซ่า
รูปถ่าย : ขนาดตามที่กำหนด (โดยทั่วไป 4×6 ซม.) และรูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
วุฒิการศึกษา / Resume : ใช้เพื่อแสดงคุณสมบัติว่าผู้สมัครมีความรู้หรือประสบการณ์ตรงกับตำแหน่งงาน เช่น ปริญญาตรีด้าน IT สำหรับตำแหน่ง Programmer และ ใบประกอบวิชาชีพ (ถ้ามี)
สัญญาจ้างงาน : เอกสารระหว่างบริษัทกับผู้สมัคร ระบุ: ตำแหน่งงาน / เงินเดือน /หน้าที่ความรับผิดชอบ / ระยะเวลาการจ้าง
เอกสารบริษัท
หนังสือรับรองบริษัท: เอกสารที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ใช้ยืนยัน ชื่อบริษัท / ทุนจดทะเบียน /กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
ภ.พ.20 : เอกสารแสดงว่าบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ใช้ยืนยันว่าบริษัทมีการดำเนินธุรกิจจริง
รายชื่อผู้ถือหุ้น : แสดงสัดส่วนการถือหุ้น ใช้ตรวจสอบโครงสร้างบริษัทว่าเป็นไปตามกฎหมายไทย
งบการเงิน : แสดงผลประกอบการของบริษัท ใช้ประกอบการพิจารณาความมั่นคงของกิจการ
แผนที่บริษัท : ใช้ระบุที่ตั้งสถานประกอบการชัดเจน บางกรณีเจ้าหน้าที่อาจเข้าตรวจสถานที่จริง
Visa Service
ขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนต่ออายุ 1 ปี (Non-B + Work Permit)
ขั้นที่ 1: ตรวจสอบความพร้อมบริษัท
- จดทะเบียนถูกต้องกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- มีทุนจดทะเบียนเพียงพอ (โดยทั่วไป 2 ล้านบาท ต่อชาวต่างชาติ 1 คน)
- มีพนักงานไทยอย่างน้อย 4 คน ต่อ 1 ต่างชาติ (กรณีทั่วไป ไม่ใช่ BOI)
ขั้นที่ 2: เตรียมเอกสารเพื่อยื่นขอวีซ่า Non-B
- บริษัทออกหนังสือรับรองการจ้าง
- จัดเตรียมเอกสารบริษัท (หนังสือรับรอง, ภ.พ.20, รายชื่อผู้ถือหุ้น ฯลฯ)
- ผู้สมัครเตรียม Passport, วุฒิ, Resume
ยื่นคำร้องผ่านสถานทูต/กงสุลไทยในต่างประเทศ หรือเปลี่ยนประเภทวีซ่าในประเทศไทย (บางกรณี)
👉 ได้สิทธิพำนัก 90 วันแรก
ขั้นที่ 3: ขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)
ยื่นคำขอที่กรมการจัดหางาน
- ต้องยื่นก่อนเริ่มทำงาน
- ใบอนุญาตจะระบุตำแหน่งงาน บริษัท และสถานที่ทำงานชัดเจน
ขั้นที่ 4: ต่ออายุวีซ่าเป็น 1 ปี
เมื่อได้ Work Permit แล้ว ยื่นต่ออายุที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
เอกสารหลัก:
- Work Permit
- สลิปเงินเดือน/ภาษี
- เอกสารบริษัทอัปเดต
- แบบฟอร์ม ตม.
หากผ่านการอนุมัติ → ได้พำนัก 1 ปี และต้องรายงานตัวทุก 90 วัน
เงินเดือนขั้นต่ำตามสัญชาติ (แนวทางทั่วไป)
อัตราขั้นต่ำที่ใช้พิจารณา Work Permit และต่อวีซ่า 1 ปี:
| สัญชาติ | เงินเดือนขั้นต่ำ (บาท/เดือน) |
|---|---|
| ยุโรป / อเมริกา / ออสเตรเลีย | 50,000 บาท |
| ญี่ปุ่น | 50,000 บาท |
| เกาหลีใต้ / ไต้หวัน / ฮ่องกง / สิงคโปร์ | 45,000 บาท |
| มาเลเซีย | 35,000 บาท |
| อินเดีย | 35,000–45,000 บาท |
| จีน / เวียดนาม / อินโดนีเซีย / ฟิลิปปินส์ | 35,000 บาท |
| เมียนมา / ลาว / กัมพูชา | ตามประเภทแรงงาน (มักเป็นระบบแรงงานต่างด้าว MOU) |
โครงสร้างบริษัทที่เหมาะกับการจ้างต่างชาติ
1. ทุนจดทะเบียน
- อย่างน้อย 2 ล้านบาท ต่อ ต่างชาติ 1 คน
- หากต้องการจ้าง 2 คน → ควรมีทุน 4 ล้านบาท
2. สัดส่วนพนักงานไทย
- โดยทั่วไป 4 คนไทย ต่อ 1 ต่างชาติ
- ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมจริง
3. รายได้และงบการเงิน
- บริษัทควรมีรายได้และการดำเนินธุรกิจจริง
- มีการยื่นงบการเงินและภาษีถูกต้อง
4. ตำแหน่งงานต้องชัดเจน
- ห้ามใช้ตำแหน่งที่เป็นอาชีพต้องห้ามสำหรับคนต่างชาติ
- ต้องสอดคล้องกับวุฒิและประสบการณ์
5. ทางเลือกกรณีพิเศษ (BOI)
หากบริษัทได้รับส่งเสริมจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จะมีข้อดี เช่น:
- ไม่ต้องใช้สัดส่วน 4:1
- อนุมัติรวดเร็ว
- วีซ่า 1–2 ปี
- ระบบ Single Window
- เอกสารรับรองรายได้